อนาถบิณฑิกเศรษฐีถวายวัดเชตวัน

              หลังจากสร้างวัดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาที่เมืองสาวัตถี เรื่องราวจะเป็นอย่างไรโปรดติดตาม

               ครั้นพระพุทธองค์ได้ประทับอยู่ในนคร ราชคฤห์ พอสมควรแล้ว ก็เสด็จจาริกไปโดยลำดับถึงนครเวสาลี ทรงพักอยู่ที่นั้นพอสมควรแล้วเสด็จจาริกต่อไปจนถึงนครสาวัตถี ประทับ ณ เชตวนาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านเศรษฐีเข้าไปเฝ้าทูลอาราธนา เพื่อรับบิณฑบาตในวันรุ่งขึ้นในบ้านของท่าน เมื่อทราบว่าทรงรับแล้วก็กลับบ้าน

                ในวันรุ่งขึ้น ท่านได้ถวายอาหารอันประณีต แล้วทูลถามว่า ท่านจะจัดการอย่างไรกับเขตวนารามของท่าน พระพุทธองค์ตรัสว่า ท่านควรถวายแก่สงฆ์ทั้ง ๔ ทิศ ทั้งที่มาแล้ว และยังไม่ได้มา ครั้นท่านเศรษฐีได้ทำตามพระพุทธฏีกาแล้ว พระพุทธองค์ทรงอนุโมทนาว่า “วิหาร คือที่อยู่อาศัย ย่อมป้องกันเย็นร้อนได้ ป้องกันสัตว์ร้ายได้ ป้องกันงูเล็กงูใหญ่ เหลือบยุงได้ ป้องกันน้ำค้างน้ำฝนได้  ป้องกันลมแดดได้ การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อเป็นที่อาศัย เพื่อความสุข เพื่อเจริญฌาน เพื่อเจริญวิปัสสนา พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสรรเสริญว่า เป็นการถวายที่มีผลเลิศเพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้พหุสูตอยู่ ถวายข้าว เครื่องนุ่งห่ม ที่นั่งที่นอนแก่ภิกษุเหล่านั้นด้วยใจเลื่อมใสต่อพระอริยเจ้าทั้งหลายผู้ปฏิบัติตรง ภิกษุเหล่านั้นจะได้แสดงธรรมอันเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ทั้งปวง อันทำให้รู้สิ้นอาสวกิเลสได้ ให้บัณฑิตนั้นฟัง”

                 ครั้นอนุโมทนาแล้วก็เสด็จกลับไปยังพระเชตวันมหาวิหาร

บรรยากาศในวัดเชตวัน ในปัจจุบัน

 

พระมูลคัณฑกุฎี ของพระพุทธเจ้า หนึ่งในสี่สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่ละเว้น

 

ภายในมูลคัณฑกุฎี

 

กุฎิของพระสิวลี พระผู้มีลาภมาก ภายในวัดพระเชตวัน

 

สถานที่ที่คาดว่าใช้ประกอบอุโบสถ ในวัดพระเชตวัน

 

                      ครั้งในวันที่ ๒ ท่านเศรษฐีก็จัดการฉลองพระวิหารเป็นเวลา ๙  เดือน หมดเงิน ๑๘ โกฏิ(๑๘๐ ล้าน)

                      ตั้งแต่นั้นมา ท่านเศรษฐีได้ถวายทานเป็นการใหญ่เป็นประจำทุกวัน คือ สลากภัต ๕๐๐ ที่ ปักขิกภัต ๕๐๐ ที่ สลากยาคู ๕๐๐ ที่ ปักขิกยาคู ๕๐๐ ที่ ธุวภัต ๕๐๐ ที่ คมิกภัต ๕๐๐ ที่ คิลานภัต ๕๐๐ ที่คิลาโนปัฏฐากภัต ๕๐๐ ที่ และได้ตบแต่งอาสนะไว้ ๕๐๐ อาสนะ เป็นประจำ  ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงทรงแต่งตั้งท่านไว้ในตำแหน่ง“อัครทายก”

                  ครั้งหนึ่ง ท่านอนาถบิณฑิกได้เข้าไปหาท่านพระอานนท์ ในคราวที่พระพุทธองค์เสด็จมาสู่พระเชตวันมหาวิหารครั้งหนึ่ง แล้วเรียนท่านว่า “วิหารนี้เมื่อพระตถาคตเจ้าเสด็จจาริกไปโปรดสัตว์ ณ ที่อื่นเสีย ก็ไม่มีร่องรอยอะไรเหลือไว้เลย คนทั้งหลายถือดอกไม้ของหอมมาก็ไม่มีที่บูชา ขอพระคุณเจ้าช่วยทูลถามเรื่องนี้แด่พระตถาคตเจ้าด้วยว่า หากจะสร้างปูชนียสถานขึ้นสักแห่งหนึ่งจะได้หรือไม่?”

                 ท่านพระอานนท์รับคำท่านเศรษฐี แล้วเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ทูลถามถึงพระเจดีย์ว่ามีเท่าไร?

                 พระพุทธองค์ตรัสว่า “มี ๓ คือ สารีริกธาตุเจดีย์ ปาริโภคิกเจดีย์  และอุททิสิกเจดีย์”

                ท่านพระอานนท์จึงกราบทูลเรื่องที่ท่านอนาถบิณฑิกเรียนถวายแล้วทูลขออนุญาตนำพืชโพธิ์จากต้นศรีมหาโพธิ์มาปลูกไว้ที่พระเชตวันมหาวิหาร เพื่อให้เป็นปูชนียสถานแก่ประชาชนชาวนครสาวัตถีแทนพระองค์ในคราวที่เสด็จจาริกไปที่อื่น พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ปลูกได้ ท่านพระอานนท์จึงได้แจ้งเรื่องนี้แด่พระเจ้าปเสนทิโกศล ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นต้น แล้วขอนิมนต์ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ให้เหาะไปนำเมล็ดโพธิ์จากต้น ศรีมหาโพธิ์ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมมา ซึ่งท่านพระมหาโมคคัลลานะ ก็ได้เหาะไปนำมาได้สำเร็จในวันนั้นเอง  ครั้งนำมาแล้ว ก็ปรึกษากันว่า จะให้ใครเป็นคนปลูก จึงจะสมกับความสำคัญของต้นโพธิ์นี้ ทั้งพระสงฆ์และประชาชนได้ตกลงกันถวายเกียรติให้พระเจ้าปเสนทิโกศล ราชาแห่งแคว้นโกศลเป็นผู้ปลูก แต่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงปฏิเสธ และทรงแนะนำว่า ควรจะให้เกียรตินี้แก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นคนปลูก เพราะท่านเป็นคนสร้างสถานที่นี้ แล้วทรงพระราชทานพืชโพธิ์ให้ท่านเศรษฐี ท่านเศรษฐีจึงได้เอาน้ำหอมประพรมเมล็ดโพธิ์แล้วปลูกลงไว้  แล้วทำการฉลองเป็นการใหญ่ และได้บูชาต้นโพธิ์ด้วยสักการะมากมาย ต้นโพธิ์นี้ปรากฏชื่อว่า  “อานันทโพธิ” เพราะท่านพระอานนท์เป็นผู้ให้ปลูก

อานันทโพธิ ในวัดพระเชตวัน ในปัจจุบัน

 

                  ในที่สุดวัดพระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็กลายเป็นสถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษามากที่สุด หลังจากนี้ พระพุทธเจ้าทรงทำการเผยแผ่พระศาสนาไปในที่ต่างๆ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย หากสรุปทั้งหมดคงไม่สามารถจบพุทธประวัติได้ ครั้งหน้าจึงจะขอข้ามเรื่องราวต่างๆ ไปสู่ช่วงท้ายของพระชนม์ชีพ คือขณะมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา แต่หากมีผู้ใดสงสัยเรื่องใด สามารถฝากคววามเห็นไว้ได้ หากสามารถหาคำตอบได้ก็จะนำมาแบ่งปันกันต่อไป

                   ขออนุโมธนาบุญผู้มีบุญมากทุกท่าน ในการศึกษาพุทธประวัติ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: