ปาฏิหาริย์ปราบชฎิล ตอนที่ ๑

              หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากเมืองพาราณสีก็มายังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ทรงโปรดชฎิล ๓ พี่น้อง ผู้บูชาไฟ ทรงแสดงปาฏิหาริย์หลายครั้งแต่อุรุเวลกัสสปก็ยังมีมานะมากจึงยังไม่ยอมรับ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่อไป เรื่องราวเป็นดังนี้

               ปาฏิหาริย์ที่ ๕

               ก็โดยสมัยนั้นแล ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่. และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้น ถือของเคี้ยวของบริโภคเป็นอันมาก บ่ายหน้ามุ่งไปหา.จึงชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า “บัดนี้ เราได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่ และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้น  ได้นำของเคี้ยวของบริโภคเป็นอันมากบ่ายหน้ามุ่งมาหา ถ้าพระมหาสมณะจักทำอิทธิปาฏิหาริย์ในหมู่มหาชน ลาภสักการะจักเจริญยิ่งแก่พระมหาสมณะ ลาภสักการะของเราจักเสื่อม โอ ทำไฉน วันพรุ่งนี้ พระมหาสมณะจึงจะไม่มาฉัน.”  ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความปริวิตกแห่งจิตของชฎิลอุรุเวลกัสสปด้วยพระทัยแล้ว เสด็จไปอุตตรกุรุทวีป ทรงนำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปนั้น แล้วเสวยที่ริมสระอโนดาต ประทับกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ. ครั้นล่วงราตรีนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว  มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว เพราะเหตุไรหนอ วานนี้ท่านจึงไม่มา เป็นความจริง พวกข้าพเจ้าระลึกถึงท่านว่า เพราะเหตุไรหนอ พระมหาสมณะจึงไม่มาแต่ส่วนแห่งขาทนียาหาร ข้าพเจ้าได้จัดไว้เพื่อท่าน”

                     พระผู้มีพระภาคตรัสย้อนถามว่า “ดูกรกัสสป ท่านได้ดำริอย่างนี้มิใช่หรือว่า บัดนี้เราได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่ และประชาชนชาวอังคะและมคธทั้งสิ้นได้นำของเคี้ยวและของบริโภคเป็นอันมากบ่ายหน้ามุ่งมาหา ถ้าพระมหาสมณะจักทำอิทธิปาฏิหาริย์ ในหมู่มหาชนลาภสักการะจักเจริญยิ่งแก่พระมหาสมณะ ลาภสักการะของเราจักเสื่อม โอ ทำไฉน วันพรุ่งนี้พระมหาสมณะจึงจะไม่มาฉัน ดูกรกัสสป เรานั้นแลทราบความปริวิตกแห่งจิตของท่านด้วยใจของเรา จึงไปอุตตรกุรุทวีป นำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปนั้น มาฉันที่ริมสระอโนดาตแล้วได้พักกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ.”

                    ทีนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า  “พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้จึงได้ทราบความคิดนึกแม้ด้วยใจได้ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.”

                     ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป  แล้วประทับอยู่ ณไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.

                     ก็โดยสมัยนั้น ผ้าบังสุกุลบังเกิดแก่พระผู้มีพระภาค. จึงพระองค์ได้ทรงพระดำริว่าเราจะพึงซักผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ.  ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบพระดำริในพระทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์ จึงขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์ แล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคว่า “พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดซักผ้าบังสุกุลในสระนี้.” ที่นั้นพระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะพึงขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ. ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทรงทราบพระดำริในพระทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางพลางทูลว่า  “พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงขยำผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้.”  ลำดับนั้น  พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะพึงพาดผ้าบังสุกุลไว้ ณ ที่ไหนหนอ.  ครั้งนั้น  เทพยดาที่สิงสถิตอยู่ที่ต้นกุ่มบก  ทราบพระดำริในพระหทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยใจของตน  จึงน้อมกิ่งกุ่มลงมา พลางกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงพาดผ้าบังสุกุลไว้ที่กิ่งกุ่มนี้.”  ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า  เราจะผึ่งผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ.  ครั้งนั้น  ท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทรงทราบพระดำริในพระหทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ยกแผ่นศิลาใหญ่มาวางไว้  พลางกราบทูลว่าพระพุทธเจ้าข้า  “ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงผึ่งผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้.”

                     หลังจากนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคโดยล่วงราตรีนั้น  ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว เพราะเหตุไรหนอมหาสมณะ เมื่อก่อนสระนี้ไม่มีที่นี้  เดี๋ยวนี้มีสระอยู่ที่นี้  เมื่อก่อนศิลาเหล่านี้ไม่มีวางอยู่ ใครยกศิลาเหล่านี้มาวางไว้  เมื่อก่อนกิ่งกุ่มบกต้นนี้ไม่น้อมลง เดี๋ยวนี้กิ่งนั้นน้อมลง?”

                     พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ดูกรกัสสป  ผ้าบังสุกุลบังเกิดแก่เรา ณ ที่นี้  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงซักผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบความดำริในจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  จึงขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์  แล้วตรัสบอกแก่เราว่า  พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงซักผ้าบังสุกุลในสระนี้ สระนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ขุดแล้วด้วยมือ  ดูกรกัสสป  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงขยำผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้นท้าวสักกะจอมทวยเทพ  ทราบความดำริในจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว  ได้ทรงยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางไว้  โดยทูลว่า  พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงขยำผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้  ศิลาแผ่นนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ยกมาวางไว้  ดูกรกัสสป  เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงพาดผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอ  ครั้งนั้น เทพดาที่สิงสถิตอยู่ที่ต้นกุ่มบก  ทราบความดำริในจิตของเราด้วยใจของตนแล้ว  จึงน้อมกิ่งกุ่มลงมาโดยทูลว่า  พระพุทธเจ้าข้า  ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงพาดผ้าบังสุกุลไว้บนกิ่งกุ่มนี้  ต้นกุ่มบกนี้นั้นประหนึ่งจะกราบทูลว่า  ขอพระองค์จงทรงนำพระหัตถ์มาแล้วน้อมลง ดูกรกัสสป เรานั้นได้ดำริว่า  จะพึงผึ่งผ้าบังสุกุล ณ ที่ไหนหนอครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ทรงทราบความดำริแห่งจิตของเราด้วยพระทัยของพระองค์แล้วได้ยกศิลาแผ่นใหญ่มาวางไว้ โดยทูลว่า พระพุทธเจ้า ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงผึ่งผ้าบังสุกุลบนศิลาแผ่นนี้ ศิลาแผ่นนี้อันผู้มิใช่มนุษย์ได้ยกมาวางไว้.”

                     ครั้งนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้ถึงกับท้าวสักกะจอมทวยเทพได้ทำการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.

                     ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป แล้วประทับอยู่ในไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล

ปาฏิหาริย์เก็บผลหว้า

                    ครั้นล่วงราตรีนั้นไป ชฎิลอุรุเวลกัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค  ครั้นแล้วจึงกราบทูลภัตตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว  มหาสมณะ  ภัตตาหารเสร็จแล้ว.” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า  “ดูกรกัสสป  ท่านไปเถิด  เราจะตามไป.”  พระผู้มีพระภาคทรงส่งชฎิลอุรุเวลกัสสปไปแล้ว ทรงเก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีป แล้วเสด็จมาประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน.  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ข้าแต่มหาสมณะ  ท่านมาทางไหน  ข้าพเจ้ากลับมาก่อนท่านแต่ท่านยังมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน?”

                    พระผู้มีพระภาคตรัสว่า   “ดูกรกัสสป  เราส่งท่านไปแล้ว ได้เก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีป แล้วมานั่งในโรงบูชาเพลิงนี้ก่อน  ดูกรกัสสป ผลหว้านี้แล  สมบูรณ์ด้วยสี กลิ่น รส ถ้าท่านต้องการเชิญบริโภคเถิด.”

                    อุรุเวลกัสสปกล่าวว่า  “อย่าเลย  มหาสมณะ ท่านนั่นแหละเก็บผลไม้นี้มา  ท่านนั่นแหละ  จงฉันผลไม้นี้เถิด.”

                    ลำดับนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากแท้เพราะส่งเรามาก่อนแล้ว  ยังเก็บผลหว้าจากต้นหว้าประจำชมพูทวีปแล้วมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่.

                     ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสปแล้ว  ประทับอยู่ในไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.

                     ครั้นล่วงราตรีนั้นไป  ชฎิลอุรุเวลกัสสปไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้ว จึงทูลภัตตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า  “ถึงเวลาแล้ว มหาสมณะ ภัตตาหารเสร็จแล้ว.”  พระผู้มีพระภาคทรงส่งชฎิลอุรุเวลกัสสปไปด้วยพระดำรัสว่า  “ดูกรกัสสป  ท่านไปเถิดเราจักตามไป”  แล้วทรงเก็บผลมะม่วง … ผลมะขามป้อม … ผลสมอ  ในที่ไม่ไกลต้นหว้าประจำชมพูทวีปนั้น … เสด็จไปสู่ภพดาวดึงส์ ทรงเก็บดอกปาริฉัตตกะ แล้วมาประทับนั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน.  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งในโรงบูชาเพลิง  ครั้นแล้วได้ทูลคำนี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า  “ข้าแต่มหาสมณะ ท่านมาทางไหน ข้าพเจ้ากลับมาก่อนท่าน  แต่ท่านยังมานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน?”.

                   พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ดูกรกัสสป  เราส่งท่านแล้วได้ไปสู่ภพดาวดึงส์  เก็บดอกปาริฉัตตกะแล้ว มานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน  ดูกรกัสสป  ดอกปาริฉัตตกะนี้แล  สมบูรณ์ด้วยสีและกลิ่น”.

                   ครั้งนั้น  ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้มีความดำริว่า  พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก  มีอานุภาพมากแท้  เพราะส่งเรามาก่อนแล้วยังไปสู่ภพดาวดึงส์ เก็บดอกปาริฉัตตกะแล้ว  มานั่งในโรงบูชาเพลิงก่อน  แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนเราแน่

                   แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงปาฏิหารย์ให้อุรุเวลกัสสปพบเห็นหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถปราบทิฏฐิมานะของอุรุเวลกัสสปได้ เนื่องจากมีผู้คนนับถือมากอุรุเวลกัสสปจึงคิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงใช้วิธีใดที่จะปราบมานะของอุรุเวลกัสสปได้ ต้องติดตามต่อไป

                  ขออนุโมธนาผู้มีบุญมากทุกท่านในการศึกษาพุทธประวัติ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: