ทุกรกิริยา ความเพียรที่คนทั่วไปทำได้ยาก

                หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวชแล้ว ทรงแสวงหาทางแห่งความหลุดพ้นจากอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน แล้วยังไม่พบหนทางที่จะหลุดพ้น จึงตัดสินพระทัยกระทำทุกรกิริยาที่คนทั่วไปทำได้ยาก เรื่องราวต่อไปเป็นดังนี้

                ฝ่ายพระโพธิสัตว์ทรงพระดำริว่า จักกระทำทุกรกิริยาให้ถึงที่สุด จึงทรงยับยั้งอยู่ด้วยข้าวสารเพียงเมล็ดงาหนึ่งเป็นต้น ได้ทรงกระทำการตัดอาหารเสียโดยประการทั้งปวง. ฝ่ายเทวดาก็นำเอาโอชะใส่เข้าไปทางขุมพระโลมาทั้งหลาย ครั้นเมื่อพระโพธิสัตว์นั้น มีพระวรกายอันถึงความอ่อนเปลี้ยอย่างยิ่งเพราะความเป็นผู้ที่ไม่มีพระกระยาหารนั้น พระวรกายอันมีฉวีวรรณดุจทองได้มีพระฉวีวรรณดำไป พระมหาปุริสลักษณะ  ๓๒ ประการ  ก็ได้ถูกปกปิดไม่ปรากฏ. ในกาลบางคราว เมื่อทรงเพ่งฌานอันไม่มีลมปราณถูกเวทนาใหญ่หลวงครอบงำ ทรงวิสัญญีสลบล้มลงในที่สุดที่จงกรม.ลำดับนั้นเทวดาบางพวกกล่าวถึงพระโพธิสัตว์นั้นว่า พระสมณโคดมกระทำกาลกิริยาแล้วเทวดาบางพวกกล่าวว่า นี้เป็นธรรมเครื่องอยู่ของพระอรหันต์ทีเดียว. บรรดาเทวดาเหล่านั้น เหล่าเทวดาผู้พูดว่า พระสมณโคดมได้กระทำกาลกิริยาแล้วนั้น พากันไปกราบทูลแก่พระเจ้าสุทโธทนะมหาราชว่า พระราชโอรสของพระองค์สวรรคตแล้ว. พระเจ้าสุทโธทนมหาราชตรัสว่า บุตรของเรายังไม่เป็นพระพุทธเจ้าจะยังไม่ตาย.   เทวดาเหล่านั้นกราบทูลว่า พระโอรสของพระองค์ไม่อาจเป็นพระพุทธเจ้า ทรงล้มลงที่พื้นสำหรับบำเพ็ญเพียรสวรรคตแล้ว. พระราชาทรงสดับคำนี้จึงตรัสห้ามว่า เราไม่เชื่อ ชื่อว่าบุตรของเรายังไม่บรรลุโพธิญาณแล้วกระทำกาลกิริยาย่อมไม่มี. ถามว่าก็เพราะเหตุไร พระราชาจึงไม่ทรงเชื่อ ?ตอบว่า เพราะพระองค์ได้ทรงเห็นปาฏิหาริย์ทั้งหลาย ในวันที่ให้ไหว้พระกาลเทวลดาบส และที่ควงไม้หว้า. พระโพธิสัตว์ทรงกลับได้สัญญาลุกขึ้น ได้อีก.เมื่อพระมหาสัตว์ลุกขึ้นแล้ว เทวดาเหล่านั้นมากราบทูลแก่พระราชาว่า ข้าแต่มหาราช พระราชโอรสของพระองค์ไม่มีพระโรคแล้ว.  พระราชาตรัสว่า เราย่อมรู้ว่าบุตรของเราไม่ตาย

ทางขึ้นภูเขาดงคสิริ

บริเวณทางขึ้นภูเขาดงคสิริ สถานที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญทุกรกิริยา

 

                    เมื่อพระมหาสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ ๖ พรรษา กาลเวลาได้เป็นเหมือนขอดปมในอากาศ. พระมหาสัตว์นั้นทรงพระดำริว่า ชื่อว่าการทำทุกรกิริยานี้ ไม่ใช่ทาง (บรรลุ) จึงเสด็จเที่ยวไปบิณฑบาตในคามและนิคมทั้งหลาย เพื่อต้องการอาหารหยาบ แล้วนำอาหารมา ครั้งนั้นมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการของพระโพธิสัตว์นั้นได้กลับเป็นปรกติ พระกายได้มีพระฉวีวรรณดุจทองคำ พระภิกษุปัญจวัคคีย์พากันคิดว่า พระมหาบุรุษนี้แม้กระทำทุกรกิริยาถึง ๖ ปี ก็ไม่สามารถแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณได้บัดนี้ เที่ยวบิณฑบาตไปในบ้านเป็นต้น นำอาหารหยาบมา จักสามารถได้อย่างไร พระมหาบุรุษนี้กลายเป็นผู้มักมากคลายความเพียร ชื่อว่าการคาดคะเนถึงคุณวิเศษจากสำนักของพระมหาบุรุษนี้แห่งพวกเราก็เหมือนคนผู้จะสระสนานศีรษะคิดคาดคะเนเอาหยาดนํ้าค้างฉะนั้น พวกเราจะประโยชน์อะไรด้วยพระมหาบุรุษนี้ จึงพากันละพระมหาบุรุษ ถือเอาบาตรและจีวรของตน เดินทางไปประมาณ ๑๘ โยชน์ เข้าไปยังป่าอิสิปตนะ

พระโพธิสัตว์ปางทุกรกิริยา ภายในถ้ำที่เจ้าชายบำเพ็ญทุกรกิริยา

 

พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ 6 ปี พระอินทร์ได้แสดงนิมิตรได้ยินเสียงพิณ จึงทรงเข้าพระทัยในทางสายกลาง

 

                หลังจากที่พระโพธิสัตว์ตัดสินพระทัยที่จะละทิ้งการทรมารตน (อัตตกิลมถานุโยค) แล้ว จึงกลับมารับบิณฑบาต ต่อไปหลังจากนี้ก็จะมีเรื่องราวที่นางสุชาดาได้ถวายข้าวมธปายาส เพราะเหตุใดจึงทำข้าวมธุปายาส ข้าวมธุปายาสมีวิธีทำอย่างไร ต้องติดตามต่อไป

                 ขออนุโมธนาบุญผู้มีบุญมากทุกท่าน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: