ทอดพระเนตรเทวทูตทั้ง 4

           หลังจากเรื่องราวสมัยเด็กเจ้าชายสิทธัตถะก็เจริญวัยไปเป็นลำดับ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องราวที่เจ้าชายเข้าสู่วัยหนุ่ม

           ลำดับนั้น  พระโพธิสัตว์มีพระชนมายุ  ๑๖  พรรษาโดยลำดับ.  พระราชาให้สร้างปราสาทสามหลัง  อันเหมาะสมแต่ฤดูทั้งสาม  เพื่อพระโพธิสัตว์  คือหลังหนึ่งมี  ๙  ชั้น  หลังหนึ่งมี  ๗  ชั้น  หลังหนึ่ง  ๕  ชั้น  และให้หญิงฟ้อนรำสี่หมื่นนางคอยบำเรอรับใช้.  พระโพธิสัตว์อันหญิงฟ้อนรำผู้ประดับกายงดงามห้อมล้อม  เหมือนเทพบุตรอันหมู่นางอัปสรห้อมล้อมอยู่ฉะนั้น  ถูกบำเรออยู่ด้วยดนตรีไม่มีบุรุษเจือปน  เสวยมหาสมบัติอยู่ในปราสาททั้งสามตามคราวแห่งฤดู.  ส่วนพระเทวีมารดาพระราหุลเป็นพระอัครมเหสีของพระองค์.เมื่อพระองค์เสวยสมบัติอยู่อย่างนั้น 

บริเวณปราสาทสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะในปัจจุบัน

 

               วันหนึ่ง  ได้มีการพูดกันขึ้นในระหว่างหมู่พระญาติดังนี้ว่า  พระสิทธัตถะทรงเที่ยวขวนขวายอยู่แต่การเล่นเท่านั้น  ไม่ทรงศึกษาศิลปศาสตร์อะไร ๆ เมื่อมีสงครามมาประชิดเข้า  จักกระทำอย่างไร.  พระราชารับสั่งให้เรียกพระโพธิสัตว์มาแล้วตรัสว่า  นี่แน่ะพ่อ  พวกญาติ ๆ ของลูกพากันพูดว่า  สิทธัตถะไม่ศึกษาศิลปศาสตร์อะไร ๆ ขวนขวายแต่การเล่นเท่านั้นเที่ยวไป  ในเรื่องนี้  ลูกจะเข้าใจอย่างไร  ในเวลาประจวบกับพวกศัตรู.  พระโพธิสัตว์ทูลว่าข้าแต่สมมติเทพ  ข้าพระองค์ไม่มีกิจที่จะต้องศึกษาศิลปศาสตร์  ขอพระองค์ได้โปรดให้เที่ยวตีกลองป่าวร้องไปในพระนคร  เพื่อให้มาดูศิลปะของข้าพระองค์  ในวันที่ ๗  แต่วันนี้ไป  ข้าพระองค์จักแสดงศิลปศาสตร์แก่หมู่พระญาติ.  พระราชาได้ทรงกระทำตามนั้น  พระโพธิสัตว์ให้ประชุมนักแม่นธนูผู้สามารถยิงอย่างสายฟ้าแลบ  และผู้สามารถยิงขนหางสัตว์  แล้วทรงแสดงศิลปะทั้ง  ๑๒  ชนิดแก่พระญาติ  ซึ่งไม่ทั่วไปกับพวกนักแม่นธนูอื่น ๆ ในท่ามกลางมหาชน.  เรื่องนั้นพึงทราบตามนัยที่มีมาในสรภังคชาดกนั่นแล.  ครั้งนั้น  หมู่พระญาติของพระองค์ได้หมดข้อสงสัย

พระโพธิสัตว์แสดงศิลปการยิงธนู

           อยู่มาวันหนึ่ง  พระโพธิสัตว์มีพระประสงค์จะเสด็จไปยังอุทยานภูมิจึงตรัสเรียกนายสารถีมาแล้วตรัสว่า  จงเทียมรถ.  นายสารถีนั้นรับพระบัญชาแล้ว  ประดับรถชั้นสูงสุดอันควรค่ามาก  ด้วยเครื่องประดับทั้งปวงแล้วเทียมม้าสินธพที่เป็นมงคล  ๔  ตัว  มีสีดังกลีบดอกโกมุท  เสร็จแล้วจึงทูลบอกแก่พระโพธิสัตว์.  พระโพธิสัตว์เสด็จขึ้นรถอันเป็นเช่นกับเทพวิมาน  ได้เสด็จบ่ายพระพักตร์ไปทางอุทยาน.  เทวดาทั้งหลายคิดว่า  กาลที่จะตรัสรู้พร้อมเฉพาะของพระสิทธัตถกุมาร  ใกล้เข้ามาแล้ว  พวกเราจักแสดงบุพนิมิต  จึงแสดงเทวบุตรองค์หนึ่ง  ให้เป็นคนแก่ชรา  มีฟันหักผมหงอก  หลังโกง  มีร่างกายค้อมลง  ถือไม้เท้า  สั่นงก ๆ เงิ่น ๆ.พระโพธิสัตว์และนายสารถีก็ได้ทอดพระเนตรเห็น  และแลเห็นคนแก่ชรานั้น.  ลำดับนั้น  พระโพธิสัตว์ได้ตรัสถามนายสารถี  โดยนัยอันมาในมหาปทานสูตรว่า  นี่แน่ะสหาย  บุรุษนั่นชื่อไร  แม้ผมของเขาก็ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ดังนี้  ได้ทรงสดับคำของนายสารถีนั้นแล้วทรงดำริว่า  แน่ะผู้เจริญความเกิดนี้  น่าติเตียนจริงหนอ,  เพราะชื่อว่าความแก่จักปรากฏแก่สัตว์ผู้เกิดแล้วดังนี้  มีพระทัยสลด  เสด็จกลับจากที่นั้นขึ้นสู่ปราสาททันที.พระราชาตรัสถามว่า  เพราะเหตุไร  บุตรของเราจึงกลับเร็ว ?  นายสารถีกราบทูลว่า  ข้าแต่สมมติเทพ  เพราะเห็นคนแก่  พระเจ้าข้า.  พระราชาตรัสว่า  พวกเขาพูดกันว่า  เพราะเห็นคนแก่จักบวช  เพราะเหตุไร  พวกเจ้าจึงจะทำเราให้ฉิบหายเสียเล่า  จงรีบจัดนางฟ้อนรำให้ลูกเราดู  เธอเสวยสมบัติอยู่  จักไม่ระลึกถึงการบวช  แล้วทรงเพิ่มการอารักขาให้มากขึ้นวางการอารักขาไว้ในที่ทุก ๆ กึ่งโยชน์  ในทิศทั้งปวง.            วันรุ่งขึ้น  พระโพธิสัตว์เสด็จไปยังอุทยานเหมือนอย่างเดิม  ทอดพระเนตรเห็นคนเจ็บที่เทวดานิมิตขึ้น  จึงตรัสถามโดยนัยก่อนนั่นแหละมีพระทัยสลด  เสด็จกลับขึ้นสู่ปราสาท.  ฝ่ายพระราชาก็ตรัสถามแล้วทรงจัดแจงโดยนัยดังกล่าวในหนหลังนั่นแหละ  แต่เพิ่มการอารักขาขึ้นอีกทรงวางการอารักขาไว้ในที่มีประมาณ  ๓  คาวุตโดยรอบ.    

            ต่อมาอีกวัน  พระโพธิสัตว์เสด็จไปอุทยานเหมือนเดิม  ทอดพระเนตรเห็นคนตายที่เทวดานิมิตขึ้น  ตรัสถามโดยนัยก่อนนั่นแหละ  มีพระทัยสลด  หวนกลับขึ้นสู่ปราสาท.  ฝ่ายพระราชาก็ตรัสถามแล้วทรงจัดแจงโดยนัยดังกล่าวในหนหลังนั่นแหละ  จึงทรงเพิ่มการอารักขาขึ้นอีก  ทรงวางการอารักขาไว้ในที่ประมาณหนึ่งโยชน์โดยรอบ.

            วันรุ่งขึ้นต่อมา  พระโพธิสัตว์เสด็จไปอุทยาน  ทอดพระเนตรเห็นบรรพชิตนุ่งห่มเรียบร้อยที่เทวดานิมิตไว้อย่างนั้นเหมือนกัน  จึงตรัสถามนายสารถีว่า  สหาย  ผู้นี้ชื่อไร ?  สารถีไม่รู้จักบรรพชิตหรือคุณธรรมของบรรพชิต  เพราะยังไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นก็จริง  ถึงกระนั้น  เพราะอานุภาพของเทวดา  เขากล่าวว่า  ข้าแต่สมมติเทพ  ผู้นี้ชื่อว่าบรรพชิตแล้วพรรณนาคุณของการบวช.  พระโพธิสัตว์ยังความพอพระทัยให้เกิดขึ้นในการบวช  ได้เสด็จไปยังอุทยานตลอดวันนั้น.  ฝ่ายพระทีฆภาณกาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า  พระโพธิสัตว์ได้เสด็จไปเห็นนิมิตทั้ง  ๔  โดยวันเดียวเท่านั้น.

พระโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเทวทูติทั้ง 4

            พระโพธิสัตว์นั้นทรงเล่นอยู่ในอุทยานนั้นตลอดทั้งวัน  แล้วสรงสนานในสระโบกขรณีอันเป็นมงคล  เมื่อพระอาทิตย์อัสดงแล้ว  ประทับนั่งบนแผ่นศิลาอันเป็นมงคล  มีพระประสงค์จะให้เขาแต่งพระองค์.  ทีนั้นพวกบริจาริกาของพระองค์ถือเอาผ้าสีต่าง ๆ เครื่องอาภรณ์หลายชนิดนานัปการ  และดอกไม้  ของหอม  เครื่องลูบไล้  มายืนห้อมล้อมอยู่โดยรอบ.ขณะนั้น  อาสนะที่ท้าวสักกะประทับนั่ง  ได้มีความร้อนขึ้น  ท้าวสักกะนั้นทรงใคร่ครวญอยู่ว่า  ใครหนอ  มีความต้องการจะให้เราเคลื่อนจากที่นี้ทรงทราบว่าพระโพธิสัตว์มีพระประสงค์จะให้ตกแต่งพระองค์  จึงตรัสเรียกพระวิสสุกรรมมาตรัสว่า  นี่แน่ะวิสสุกรรมผู้สหาย  วันนี้  สิทธัตถกุมารจักเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ในเวลาเที่ยงคืน  การประดับนี้เป็นการประดับครั้งสุดท้ายของพระองค์  ท่านจงไปยังอุทยานประดับตกแต่งพระมหาบุรุษ  ด้วยเครื่องประดับอันเป็นทิพย์.  พระวิสสุกรรมนั้นรับเทวบัญชา  แล้ว  เข้าไปหาพระโพธิสัตว์ทันที  ด้วยเทวานุภาพเป็นเหมือนกับช่างกัลบกของพระองค์ทีเดียว  เอาผ้าทิพย์พันพระเศียรของพระโพธิสัตว์.โดยการสัมผัสมือเท่านั้น  พระโพธิสัตว์ก็ได้ทราบว่า  ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์  ผู้นี้เป็นเทวบุตร.  เมื่อพอเขาเอาผ้าพันผืนพันพระเศียรเข้า  ผ้าพันผืนก็นูนขึ้นโดยอาการคล้ายแก้วมณีบนพระโมลี  เมื่อเขาพันอีก  ผ้าพันผืนก็นูนขึ้นเพราะเหตุนั้น  เมื่อเขาพัน  ๑๐  ครั้ง  ผ้าหมื่นผืนก็นูนสูงขึ้น.  ใคร ๆไม่ควรคิดว่า  พระเศียรเล็ก  ผ้ามาก  พอกนูนขึ้นได้อย่างไร.  เพราะบรรดาผ้าเหล่านั้น  ผ้าที่ใหญ่กว่าทุกผืน  มีขนาดเท่าดอกมะขามป้อมผ้าที่เหลือมีขนาดเท่าดอกกระทุ่ม  พระเศียรของพระโพธิสัตว์ได้เป็นเหมือนดอกสารภีที่หนาแน่นด้วยเกสรฉะนั้น

พระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาเทวทูต

             เหตุการณ์หลังจากนี้พระโพธิสัตว์ได้ตัดสินใจจากทรงออกผนวช แต่เป็นการตันสินใจที่ไม่ง่ายเลย จะมีเหตุอันใดเกิดขึ้นต้องติดตามต่อไป

             ขออนุโมธนาผู้มีบุญมากทุกท่าน
Advertisements

4 ความเห็น

  1. JOY said,

    มีนาคม 18, 2010 ที่ 10:17 am

    อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

  2. Polly said,

    พฤษภาคม 6, 2011 ที่ 12:17 am

    อนุโมทนาบุญค่ะ ขออนุญาตก้อปภาพพระโพธิสัตว์นะคะ

  3. yo said,

    กรกฎาคม 12, 2011 ที่ 7:39 pm

    อยากได้รูปเทวทูต 4 มี คนแก่ คนเจ็บ คนตาย สมณะ ที่แยกกัน

  4. aom said,

    กรกฎาคม 21, 2011 ที่ 8:55 pm

    กด Likeให้ เลย


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: