โกณฑัญญะ พราหมณ์ผู้พยากรณ์ทางเดียว

       หลังจากที่ท่านพระดาบสกาฬเทวิลได้เยี่ยมเยียนพระโอรสแล้ว ทำให้ทราบว่าตนมีบุญน้อยจะไม่ได้พบพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงร้องไห้ออกมา หลังจากนั้นท่านพระดาบสทำอย่างไร ติดตามต่อได้เลยครับ

       ลำดับนั้น  ท่านจึงใคร่ครวญดูว่า  บรรดาพวกญาติของเรา  ญาติผู้ใดจักได้ทันเห็นบุรุษนี้เป็นพระพุทธเจ้าบ้างไหม  ก็ได้เห็นนาลกทารกผู้เป็นหลานของตน.  ท่านจึงไปยังเรือนของน้องสาวแล้วถามว่า  นาลกะบุตรของเจ้าอยู่ไหน.  น้องสาวตอบว่า  ข้าแต่พระคุณเจ้า  เขาอยู่ในเรือนเจ้าค่ะ.  พระดาบสกล่าวว่า  จงไปเรียกเขามา  ครั้นให้เรียกมาแล้ว  จึงพูดกะกุมารผู้มายังสำนักของตนว่า  นี่แน่ะพ่อหลานชาย  พระราชบุตรประสูติในราชสกุลของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช  พระราชบุตรนั่นเป็นหน่อเนื้อพุทธางกูร  ล่วงไป  ๓๕  ปีจักได้เป็นพระพุทธเจ้า  เจ้าจักได้ทันเห็นพระองค์  เจ้าจงบวชเสียในวันนี้ทีเดียว.

         ฝ่ายทารกผู้เกิดในตระกูลมีทรัพย์  ๘๗  โกฏิคิดว่า  ท่านลุงจักไม่ชักชวนเราในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์  ทันใดนั้นเองจึงให้คนไปซื้อผ้ากาสายะและบาตรดินมาจากตลาด  แล้วปลงผมและหนวด  นุ่งห่มผ้ากาสายะประคองอัญชลีมุ่งหน้าไปทางพระโพธิสัตว์  โดยคิดว่า  เราบวชอุทิศท่านผู้อุดมบุคคลในโลก  ดังนี้แล้วกราบไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์  เอาบาตรใส่ถุงคล้องจะงอยบ่า  เข้าป่าหิมพานต์  กระทำสมณธรรม.

         ท่านนาลกะนั้น  เข้าไปเฝ้าพระตถาคตผู้ได้บรรลุพระปรมาภิสัมโพธิญาณแล้ว  ขอให้ตรัสนาลกปฏิปทา  แล้วกลับเข้าป่าหิมพานต์อีก  บรรลุพระอรหัตแล้วปฏิบัติปฏิปทาอย่างอุกฤษฎ์  รักษาอายุอยู่ได้  ๗  เดือนเท่านั้นยืนพิงภูเขาทองลูกหนึ่ง  อยู่ท่าเดียว  ปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ

         ฝ่ายพระโพธิสัตว์แล  พระประยูรญาติทั้งหลายให้สนานพระเศียรในวันที่  ๕  แล้วคิดกันว่า  จักเฉลิมพระนาม  จึงให้ฉาบทาพระราชมณเฑียรด้วยคันธชาติ  ๔  ชนิด  โปรยดอกไม้มีข้าวตอกเป็นที่  ๕  ให้จัดข้าวปายาสล้วน ๆ แล้วเชิญพราหมณ์  ๑๐๘  คน  ผู้เรียนจบไตรเพท  ให้นั่งในพระราชมณเฑียร  ให้ฉันโภชนะอย่างดี  กระทำสักการะอย่างมากมายแล้วให้ทายพระลักษณะว่า  อะไรจักเกิดมีหนอแล.  บรรดาพราหมณ์เหล่านั้น

         ครั้งนั้น  พราหมณ์  ๘  คนนั้น  คือรามพราหมณ์  ธชพราหมณ์ ลักขณพราหมณ์  มันตีพราหมณ์  ยัญญพราหมณ์  สุโภชพราหมณ์  สุยามพราหมณ์  และสุทัตตพราหมณ์  เป็นผู้จบเวทางคศาสตร์มีองค์  ๖  กระทำให้แจ้งซึ่งมนต์แล้ว  ด้วยประการฉะนี้

 พราหมณ์ได้รับเชิญมาพยากรณ์พระกุมาร

        พราหมณ์เฉพาะ  ๘  คนนี้นี่แล  ได้เป็นผู้ทำนายพระลักษณะ.  แม้พระสุบินในวันที่ถือปฏิสนธิ  พราหมณ์ทั้ง  ๘  คนนี้นั่นแหละ  ก็ได้ทำนายแล้ว.  บรรดาพราหมณ์ทั้ง  ๘  คนนั้น  ๗  คนชูขึ้น  ๒  นิ้ว  ทำนายพระโพธิสัตว์นั้นเป็น  ๒  สถานว่า  ผู้ประกอบด้วยพระลักษณะเหล่านี้  ถ้าอยู่ครองเรือน  จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ  ถ้าบวชจักได้เป็นพระพุทธเจ้า  แล้วบอกสิริสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิทั้งหมด.  แต่มาณพชื่อโกณฑัญญะ  โดยโคตร  เป็นหนุ่มกว่าพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด  ตรวจดูลักษณสมบัติอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์แล้ว  ชูขึ้นนิ้วเดียว  พยากรณ์โดยสถานเดียวเท่านั้นว่า  พระกุมารนี้ไม่มีเหตุที่จะดำรงอยู่ท่ามกลางเรือน พระกุมารนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า  มีกิเลสดุจหลังคาอันเปิดแล้ว  โดยส่วนเดียว.  อันโกณฑัญญมาณพนี้ได้กระทำบุญญาธิการไว้  เป็นสัตว์ผู้จะเกิดในภพสุดท้าย  มีปัญญาเหนือคนทั้ง  ๗  นอกนี้  ได้เห็นคติเดียวเท่านั้นกล่าวคือ  พระโพธิสัตว์ผู้ประกอบด้วยลักษณะเหล่านี้จะเป็นพระพุทธเจ้าโดยแน่นอน  เพราะเหตุนั้น  จึงชูขึ้นนิ้วเดียวแล้วพยากรณ์อย่างนั้น.

        ลำดับนั้น  พราหมณ์ทั้งหลายเมื่อจะเฉลิมพระนามของพระโพธิสัตว์นั้น  จึงขนานพระนามว่า  สิทธัตถะ  เพราะกระทำให้สำเร็จความต้องการแก่โลกทั้งปวง

พราหมณ์โกณฑัญญะพยากรณ์พระกุมารต้องได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน

         ลำดับนั้น  พราหมณ์เหล่านั้นจึงไปยังเรือนของตน ๆ เรียกลูก ๆ มาบอกว่า  นี่แน่ะพ่อทั้งหลาย  พวกเราเป็นคนแก่  จะอยู่ถึงพระราชบุตรของพระเจ้าสุทโธทนมหาราชบรรลุพระสัพพัญญุตญาณหรือไม่  (ก็ไม่รู้) เมื่อพระราชกุมารนั้นบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว  พวกเจ้าพึงบวชในสำนักของพระองค์.  พราหมณ์ทั้ง  ๗  คนนั้นดำรงอยู่ตราบชั่วอายุแล้วได้ไปตามกรรม  ส่วนโกณฑัญญมาณพเท่านั้นยังมีชีวิตอยู่.

         โกณฑัญญมานพนั้น  เมื่อพระมหาสัตว์อาศัยความเจริญแล้วออกมหาภิเนษกรมณ์บวชแล้ว  เสด็จถึงอุรุเวลาประเทศโดยลำดับ  ทรงพระ-ดำริว่า  ภูมิภาคนี้น่ารื่นรมย์จริงหนอ  ที่นี้สมควรที่จะบำเพ็ญเพียรของกุลบุตรผู้มีความต้องการจะบำเพ็ญเพียร  จึงเสด็จเข้าไปอยู่  ณ  ที่นั้น  เขาได้ฟังข่าวว่า  พระมหาบุรุษทรงผนวชแล้ว  จึงเข้าไปหาพวกบุตรของพราหมณ์เหล่านั้น   กล่าวอย่างนี้ว่า  ได้ยินข่าวว่า  พระสิทธัตถกุมารทรงผนวชแล้ว  พระองค์จักได้เป็นพระพุทธเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย  ถ้าบิดาของท่านทั้งหลายยังมีชีวิตอยู่  ก็จะพึงออกบวชวันนี้  ถ้าแม้ท่านทั้งหลายจะต้องการจงมาซิ  พวกเราจักบวชตามพระมหาบุรุษนั้น.  พวกเขาทั้งหมดไม่สามารถจะมีฉันทะเป็นอันเดียวกันได้  บรรดาชนทั้ง  ๗  นั้น  ๓  คนไม่บวช๔  คนนอกนี้บวช  โดยตั้งให้โกณฑัญญพราหมณ์เป็นหัวหน้า  พราหมณ์ทั้ง๕  คนนั้น  จึงมีชื่อว่า  พระปัญจวัคคีย์เถระ

         ก็ในครั้งนั้น  พระเจ้าสุทโธทนะไม่ต้องการให้พระกุมารออกบวชจึงตรัสถามว่า  บุตรของเราเห็นอะไรจึงจักบวช  พวกอำมาตย์กราบทูลว่า  เห็นบุพนิมิตทั้ง  ๔.  ตรัสถามว่า บุพนิมิตอะไรบ้าง.  กราบทูลว่า  คนแก่  คนเจ็บ  คนตาย  และบรรพชิต. พระราชาตรัสว่า  จำเดิมแต่นี้ไป  พวกท่านอย่าได้ให้คนเห็นปานนี้เข้าไปยังสำนักแห่งบุตรของเรา  เราไม่มีกิจกรรมที่จะให้บุตรของเราเป็นพระพุทธเจ้า  เรามีความประสงค์จะเห็นบุตรของเราครอบครองราชสมบัติจักรพรรดิ  อันมีความเป็นอิสริยาธิบดีในทวีปทั้ง  ๔  มีทวีปน้อยสองพันเป็นบริวาร  ห้อมล้อมด้วยบริษัทอันมีปริมณฑล  ๓๖  โยชน์  ท่องเที่ยวไปในพื้นท้องฟ้า  ก็แหละครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว  เพื่อที่จะห้ามมิให้บุพนิมิตทั้ง  ๔ ประการนี้  มาสู่คลองจักษุพระกุมาร  จึงทรงตั้งการอารักขาไว้ในที่ทุก  ๆ คาวุตในทิศทั้ง  ๔

 ปราสาทในเมืองกบิลพัสดุ์ ปัจจุบันยังคงเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ในอดีต

เมืองกบิลพัสดุ์ในปัจจุบัน จากดาวเทียม ยังเห็นบริวเวณเมืองและปราสาทเก่าได้

       ก็วันนั้น   เมื่อตระกูลพระญาติแปดหมื่นตระกูลประชุมกันในมงคลสถานแล้ว  พระญาติองค์หนึ่ง ๆ ได้อนุญาตบุตรคนหนึ่ง ๆ ว่า  พระราชกุมารนี้  จะเป็นพระพุทธเจ้าหรือเป็นพระราชาก็ตาม  พวกเราจักให้บุตรคนละคน  ถ้าแม้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า  จักเป็นผู้อันหมู่ขัตติยสมณะห้อมล้อมเที่ยวไป  ถ้าแม้จักเป็นพระราชา   จักเป็นผู้อันขัตติยกุมารห้อมล้อมกระทำไว้ในเบื้องหน้าเที่ยวไป.  ฝ่ายพระราชาก็ทรงตั้งนางนมผู้ปราศจากสรรพโรค  สมบูรณ์ด้วยรูปอันอุดมแก่พระโพธิสัตว์.  พระโพธิสัตว์เจริญด้วยบริวารใหญ่  ด้วยสิริโสภาคย์อันยิ่งใหญ่

         อยู่มาวันหนึ่ง  พระราชาทรงมีงานพระราชพิธีชื่อว่า  วัปปมงคล วันนั้น  ประชาชนต่างประดับประดาพระนครทั้งสิ้น  ประดุจเทพนครคนทั้งหมดมีทาสและกรรมกรเป็นต้น  นุ่งห่มผ้าใหม่  ประดับด้วยของหอมและดอกไม้เป็นต้น   ประชุมกันในราชสกุล  เทียมไถถึงพันคันในงานพระราชพิธี.  ก็ในวันนั้น  ไถ  ๑๐๘  คัน  หย่อนไว้คันหนึ่ง  (คือ ๑๐๗  คัน)  พร้อมทั้งโคผู้ผูกเชือกสายตะพาย  หุ้มด้วยเงิน.  ส่วนไถที่พระ-ราชาทรงถือ  หุ้มด้วยทองคำสุกปลั่ง.  แม้เขา  เชือกสายตะพาย  และปฏักของโคผู้ทั้งหลาย  หุ้มด้วยทองคำทั้งนั้น.

        พระราชาเสด็จออกด้วยบริวารใหญ่  ได้ทรงพาพระราชบุตรไปด้วย ในสถานที่ประกอบพระราชพิธี  มีต้นหว้าต้นหนึ่ง  มีใบหนาแน่น  มีร่มเงาชิดสนิท.  พระราชาทรงให้ปูลาดพระที่บรรทมของพระกุมาร  ณ  ภายใต้ต้นหว้านั้น  ให้ผูกเพดานขจิตด้วยดาวทองไว้เบื้องบน  ให้แวดวงด้วยปราการคือพระวิสูตร  วางการอารักขาเสร็จแล้ว  พระองค์ทรงประดับเครื่องราชอลังการทั้งปวง  ห้อมล้อมด้วยหมู่อำมาตย์เสด็จไปยังสถานที่จรดพระนังคัล  ณ  ที่นั้นพระราชาทรงถือพระนังคัลทองคำ  อำมาตย์ทั้งหลายถือไถเงิน  ๑๐๗  คัน  พวกชาวนาถือไถที่เหลือ.  พวกเขาถือไถเหล่านั้นไถไปรอบ ๆ ส่วนพระราชาทรงไถจากด้านในไปสู่ด้านนอก  ไถจากด้านนอกไปสู่ด้านใน.  ในที่แห่งหนึ่ง  มีมหาสมบัติ.  พวกนางนมที่นั่งห้อมล้อมพระโพธิสัตว์  คิดว่าจักไปดูสมบัติของพระราชา  จึงออกจากพระวิสูตรไปข้างนอก

         พระโพธิสัตว์ทรงแลดูไปรอบ ๆ ไม่เห็นมีใครเลย  จึงเสด็จลุกขึ้นโดยเร็ว  ทรงนั่งขัดสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออก  ทำปฐมฌานให้เกิดขึ้นแล้ว.  พวกนางนมเที่ยวไปในระหว่างเวลากินอาหาร  จึงชักช้าไปหน่อยหนึ่ง.  เงาของต้นไม้ที่เหลือคล้อยไป  แต่เงาของต้นหว้านั้นคงตั้งอยู่เป็นปริมณฑล.  พวกนางนมคิดได้ว่า  พระลูกเจ้าประทับอยู่พระองค์เดียวจึงรีบยกพระวิสูตรขึ้นเข้าไปภายใน  เห็นพระโพธิสัตว์นั่งขัดสมาธิบนพระที่บรรทม  และเห็นปาฏิหาริย์นั้น  จึงไปกราบทูลแด่พระราชาว่าข้าแต่สมมติเทพ  พระกุมารประทับนั่งอย่างนี้  เงาของต้นไม้อื่น  ๆ คล้อยไปแล้ว  แต่เงาของต้นหว้าคงตั้งเป็นปริมณฑลอยู่.  พระราชารีบเสด็จมาทรงเห็นปาฏิหาริย์  จึงทรงไหว้พระโอรสโดยตรัสว่า  นี่แน่ะพ่อ  นี้เป็นการไหว้เจ้าครั้งที่สอง

 พระโพธิสัตว์ประทับนั่งสมาธิใต้ต้นหว้า ทำปฐมฌาณให้เกิดขึ้น

          ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรายังเป็นพระกุมารอยู่ ต่อไปเมื่อพระกุมารเจริญพระชมม์จนอายุ 16 พรรษา จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นต่อไปนั้น ต้องติดตามต่อไป

          ขออนุโมธนาผู้มีบุญมากทุกท่าน ขออภัยท่านเจ้าของรูปหลายรูปที่นำมาเผยแพร่โดยไม่ได้บอกกล่าว ขออานิสงค์ในการเผยแผ่พระศาสนาจงเกิดแก่ท่านเจ้าของรูปภาพ ผู้ศึกษาธรรม และศึกษาพุทธประวัติด้วยเทอด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: