เสด็จสู่พระครรภ์พระมารดา

      หลังจากเรื่องราวบนสวรรค์ชั้นดุสิต ในเมืองมนุษย์มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ลองมาดูที่โลกกันนะครับ

 พระโพธิสัตว์ทรงจุติจาสวรรค์ชั้นดุสิต

      ได้ยินว่า  ครั้งนั้น  ในนครกบิลพัสดุ์ได้มีการนักขัตฤกษ์เดือน  ๘ อย่างเอิกเกริก  มหาชนเล่นงานนักขัตฤกษ์กัน.  ฝ่ายพระนางมหามายาเทวีตั้งแต่วันที่  ๗  ก่อนวันเพ็ญ  ทรงร่วมเล่นงานนักขัตฤกษ์ที่เพียบพร้อมด้วยดอกไม้และของหอมอันสง่าผ่าเผย  ไม่มีการดื่มสุรา  ในวันที่  ๗  ตั้งแต่เช้าตรู่  สรงสนานด้วยน้ำเจือน้ำหอม  ทรงสละพระราชทรัพย์สี่แสน  ถวายมหาทานแล้ว  ทรงประดับด้วยเครื่องราชอลังการทั้งปวง  เสวยพระกระยาหารอย่างดี  ทรงอธิษฐานองค์อุโบสถ เสด็จเข้าห้องอันมีสิริที่ประดับตกแต่งแล้ว  บรรทมเหนือพระสิริไสยาสน์  ก้าวลงสู่ความหลับ  ได้ทรงพระสุบินดังนี้ว่า

            นัยว่าท้าวมหาราชทั้ง  ๔  พระองค์  ยกพระนางขึ้นไปพร้อมกับพระที่ไสยาสน์  แล้วนำไปยังป่าหิมพานต์วางลงบนพื้นมโนศิลามีประมาณ  ๖๐  โยชน์  ภายใต้ต้นสาละใหญ่มีขนาด  ๗  โยชน์  แล้วได้ยืนอยู่  ณ  ส่วนสุดข้างหนึ่ง.  ลำดับนั้น  เหล่าพระเทวีของท้าวมหาราชเหล่านั้น  พากันมานำพระเทวีไปยังสระอโนดาต  ให้สรงสนาน  เพื่อที่จะชำระล้างมลทินของมนุษย์ออก  แล้วให้ทรงนุ่งห่มผ้าทิพย์  ให้ทรงลูบไล้ด้วยของหอมให้ ทรงประดับดอกไม้ทิพย์  ในที่ไม่ไกลจากที่นั้น  มีภูเขาเงินลูกหนึ่งภายในภูเขาเงินนั้นมีวิมานทอง  พวกเขาให้ตั้งพระที่ไสยาสน์อันเป็นทิพย์   มีเบื้องพระเศียรอยู่ทางทิศตะวันออก  ในวิมานทองนั้น  แล้วให้บรรทม.  ลำดับนั้น  พระโพธิสัตว์เป็นช้างตัวประเสริฐสีขาว  ท่องเที่ยวไปในภูเขาทองลูกหนึ่งซึ่งมีอยู่ในที่ไม่ไกลจากที่นั้น  ได้ลงจากภูเขาทองนั้นแล้วขึ้นไปยังภูเขาเงิน  เดินมาทางทิศเหนือ  ได้เอางวงซึ่งมีสีดังพวงเงินจับดอกปทุมสีขาว  เปล่งเสียงโกญจนาทเข้าไปยังวิมานทอง  กระทำประทักษิณพระที่ไสยาสน์ของพระมารดา  ๓  ครั้ง  ได้เป็นเสมือนผ่าพระปรัศว์เบื้องขวาเข้าสู่พระครรภ์.  พระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิด้วยนักขัตฤกษ์เดือน  ๘  หลัง  ด้วยประการฉะนี้.

 พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบินนิมิต

 พระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ในท่านั่งสมาธิ

วันรุ่งขึ้น  พระเทวีทรงตื่นบรรทมแล้วกราบทูลพระสุบินนั้นแด่พระราชา  พระราชารับสั่งให้เชิญพราหมณ์ชั้นหัวหน้าประมาณ  ๖๔  คน เข้าเฝ้า  ให้ปูลาดอาสนะอันควรค่ามากบนพื้นที่ฉาบทาด้วยโคมัยสด  มีเครื่องสักการะอันเป็นมงคลที่กระทำด้วยข้าวตอกเป็นต้น  ให้ใส่ข้าวปายาสชั้นเลิศที่ปรุงด้วยเนยใส  น้ำผึ้ง  และน้ำตาลกรวดเต็มถาดทองและเงิน เอาถาดทองและเงินนั้นแหละ  ครอบแล้วได้ประทานแก่เหล่าพราหมณ์ผู้นั่งอยู่บนอาสนะนั้น  และทรงให้พราหมณ์เหล่านั้นอิ่มหนำด้วยสิ่งของอื่น ๆ มีการประทานผ้าใหม่  และแม่โคแดงเป็นต้น  ทีนั้น  จึงรับสั่งให้บอกพระสุบินแก่พราหมณ์เหล่านั้นผู้อิ่มหนำด้วยสิ่งที่ต้องการทุกอย่าง  แล้วตรัสถามว่า  จักมีเหตุการณ์อะไร.  พราหมณ์ทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า  พระองค์อย่าทรงพระปริวิตกเลย  พระเทวีทรงตั้งพระครรภ์แล้ว  และพระครรภ์ที่ตั้งขึ้นนั้น  เป็นครรภ์บุรุษ  มิใช่ครรภ์สตรี พระองค์จักมีพระโอรส  ถ้าพระโอรสนั้นทรงครองเรือน  จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ  ถ้าเสด็จออกจากเรือนทรงผนวช  จักได้เป็นพระพุทธเจ้ามีกิเลสดุจหลังคาอันเปิดแล้วในโลก.

            ก็ในขณะที่พระโพธิสัตว์ทรงถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระมารดานั่นแหละ  เหมือนโลกธาตุทั้งสิ้นได้สะเทือนเลื่อนลั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทันที.  ปุพพนิมิต  ๓๒  ประการ  ได้ปรากฏขึ้นแล้วในหมื่นจักรวาล  ได้แสงสว่างหาประมาณมิได้แผ่ซ่านไป,  พวกคนตาบอดกลับได้ดวงตา  ประหนึ่งว่ามีความประสงค์จะดูพระสิรินั้นของพระโพธิสัตว์นั้น,  พวกคนหูหนวกได้ยินเสียง,  พวกคนใบ้พูดจาได้,  พวกคนค่อมก็มีตัวตรง,  พวกคนง่อยก็กลับเดินได้ด้วยเท้า,  สัตว์ทั้งปวงที่ถูกจองจำก็หลุดพ้นจากเครื่องจองจำมีขื่อคาเป็นต้น  ไฟในนรกทั้งปวงก็ดับ,  ในเปรตวิสัย  ความหิวระหายก็ระงับ,  เหล่าสัตว์เดียรัจฉานก็ไม่มีความกลัว.  โรคของสัตว์ทั้งปวงก็สงบ,  สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างก็พูดจาด้วยถ้อยคำอันน่ารัก,  ม้าทั้งหลายต่างหัวเราะด้วยอาการอันไพเราะ,  ช้างทั้งหลายต่างก็ร้อง,  ดนตรีทุกชนิดต่างก็เปล่งเสียงกึกก้องของตน ๆ,  เครื่องอาภรณ์ที่สวมอยู่ในมือเป็นต้น ของพวกมนุษย์  ไม่กระทบกันเลย  ก็เปล่งเสียงได้,  ทั่วทุกทิศแจ่มใส,สายลมอ่อนเย็น  ทำความสุขให้เกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลายก็รำเพยพัด,  เมฆฝนที่มิใช่กาลก็ตกลงมา,  น้ำก็พุแม้จากแผ่นดินไหลไป,  พวกนกก็งดการบินไปในอากาศ,  แม่น้ำทั้งหลายก็หยุดนิ่งไม่ไหล.  มหาสมุทรมีน้ำมีรสหวาน,  พื้นน้ำก็ดาดาษด้วยปทุม  ๕  สี  มีทั่วทุกแห่ง,  ดอกไม้ทุกชนิดทั้งที่เกิดบนบกและเกิดในน้ำก็เบ่งบาน,  ดอกปทุมชนิดลำต้นก็บานที่ลำต้น,ดอกปทุมชนิดกิ่งก็บานที่กิ่ง,  ดอกปทุมชนิดเครือเถาก็บานที่เครือเถา,ดอกปทุมชนิดก้านก็ชำแรกพื้นศิลาทึบ  เป็นดอกบัวซ้อน ๆ กันออกมา,ดอกปทุมชนิดห้อยในอากาศก็บังเกิดขึ้น,  ฝนดอกไม้ก็ตกลงมารอบด้าน,ดนตรีทิพย์ต่างก็บรรเลงในอากาศ,  โลกธาตุทั่วทั้งหมื่น  ได้เป็นประหนึ่งพวงมาลัยที่เขาหมุนแล้วขว้างไป  เป็นประหนึ่งกำดอกไม้ที่เขาบีบแล้วผูกมัดไว้  เป็นเสมือนอาสนะดอกไม้ที่เขาตกแต่งประดับประดาไว้  และเป็นเสมือนพัดวาลวิชนีที่กำลังโบก  ซึ่งมีระเบียบดอกเป็นอันเดียวกัน  จึงได้อบอวลไปด้วยความหอมของดอกไม้และธูป  ถึงความโสภาคย์ยิ่งนัก.

      จำเดิมแต่การถือปฏิสนธิของพระโพธิสัตว์  ผู้ถือปฏิสนธิแล้วอย่างนี้ เพื่อที่จะป้องกันอันตรายแก่พระโพธิสัตว์  และมารดาของพระโพธิสัตว์ เทวบุตร  ๔  องค์ถือพระขรรค์คอยให้การอารักขา.  ความคิดเกี่ยวกับราคะในบุรุษทั้งหลาย  มิได้เกิดขึ้นแก่พระมารดาของพระโพธิสัตว์  พระนางมีแต่ถึงความเลิศด้วยลาภและความเลิศด้วยยศ  มีความสุข  มีพระวรกายไม่ลำบาก  และทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์  ผู้อยู่ในภายในพระครรภ์เหมือนเส้นด้ายสีเหลืองที่ร้อยไว้ในแก้วมณีใสฉะนั้น.  ก็เพราะเหตุที่ครรภ์ที่พระโพธิสัตว์อยู่  เป็นเสมือนห้องพระเจดีย์  สัตว์อื่นไม่อาจอยู่หรือใช้สอยได้  เพราะฉะนั้น  เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติได้  ๗  วัน  พระมารดาของพระโพธิสัตว์จึงสวรรคตแล้วไปอุบัติในดุสิตบุรี.  เหมือนอย่างว่า  หญิงอื่น ๆ ไม่ถึง  ๑๐  เดือนบ้าง  เลยไปบ้าง  นั่งบ้าง  นอนบ้าง  คลอดบุตรฉันใด  พระมารดาของพระโพธิสัตว์หาเหมือนอย่างนั้นไม่.  ก็พระมารดาของพระโพธิสัตว์นั้น  บริหารพระโพธิสัตว์ไว้ด้วยพระครรภ์ตลอด  ๑๐เดือน  แล้วประทับยืนประสูติ  ข้อนี้เป็นธรรมดาของพระมารดาแห่งพระโพธิสัตว์

ฝ่ายพระมหามายาเทวีทรงบริหารพระโพธิสัตว์ด้วยพระครรภ์  ตลอด ๑๐  เดือน  ประดุจบริหารน้ำมันด้วยบาตรฉะนั้น  มีพระครรภ์แก่เต็มที่แล้วมีพระราชประสงค์จะเสด็จไปยังเรือนแห่งพระญาติ  จึงกราบทูลแด่พระเจ้าสุทโธทนมหาราชว่า  ข้าแต่สมมติเทพ  หม่อมฉันปรารถนาจะไปยังเทวทหนครอันเป็นของตระกูล  พระเจ้าสุทโธทนมหาราชทรงรับว่าได้แล้วรับสั่งให้ทำหนทางจากนครกบิลพัสดุ์  จนถึงนครเทวทหะให้ราบเรียบให้ประดับด้วยเครื่องประดับมีต้นกล้วย  หม้อน้ำเต็ม  ธงชาย  และธงแผ่นผ้าเป็นต้น  ให้พระเทวีประทับนั่งในสีวิกาทอง  ให้อำมาตย์พันคนหาม  ทรงส่งไปด้วยบริวารมากมาย.

 เมืองกบิลพัสดุ์ ในปัจจุบัน

     ก็ป่าสาลวันอันเป็นมงคลชื่อว่าลุมพินีวัน  แม้ของชนชาวพระนครทั้งสอง  ได้มีอยู่ในระหว่างนครทั้งสอง สมัยนั้น  ป่าสาลวันทั้งสิ้น  มีดอกบานเป็นถ่องแถวเดียวกัน  ตั้งแต่โคนจนถึงปลายกิ่ง.  ตามระหว่างกิ่งและระหว่างดอก  มีหมู่ภมร  ๕  สี  และหมู่นกนานัปการ  เที่ยวร้องอยู่ด้วยเสียงอันไพเราะ  ลุมพินีวันทั้งสิ้นได้เป็นเสมือนจิตรลดาวัน  เป็นประหนึ่งสถานที่มาดื่ม  ซึ่งเขาจัดไว้อย่างดีสำหรับพระราชาผู้มีอานุภาพมาก.  พระเทวีทอดพระเนตรเห็นดังนั้น  เกิดมีพระประสงค์จะทรงเล่นในสาลวัน.  อำมาตย์ทั้งหลายจึงพาพระเทวีเข้าไปยังสาลวัน.  พระนางเสด็จเข้าถึงโคนต้นสาละอันเป็นมงคลแล้ว  ได้มีพระประสงค์จะจับกิ่งสาละ  กิ่งสาละได้น้อมลงเข้าไปใกล้พระหัตถ์ของพระเทวี  ประหนึ่งยอดหวายที่ทอดลงอย่างอ่อนช้อยฉะนั้น.  พระนางทรงเหยียดพระหัตถ์จับกิ่ง.  ก็ในขณะนั้นเอง  ลมกัมมัชวาตของพระเทวีเกิดปั่นป่วน  ลำดับนั้น  มหาชนจึงวงม่านเพื่อพระนางแล้วถอยออกไป  ก็เมื่อพระนางทรงยืนจับกิ่งสาละอยู่นั่นแล  ได้ประสูติแล้ว.

      ในที่สุดพระศาสดาของเราก็ทรงประสูติแล้ว ในวันประสูติยังมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายให้ปิติยินดีให้ติดตาม

       อนุโมทนาผู้มีบุญมากทุกท่าน การศึกษาธรรม พุทธประวัติเป็นบุญอย่างยิ่ง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: